เมื่อ : 04 ก.ย. 2569

รถเมล์กรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ ขสมก.มั่นใจ EV ช่วยลดค่าเชื้อเพลิง-ซ่อมบำรุงได้กว่า 4100 ล้านบาทต่อปี
.
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. นำคณะสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตและประกอบรถโดยสารไฟฟ้า ณ บริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามความคืบหน้าการประกอบรถเมล์ EV และยืนยันความพร้อมก่อนส่งมอบรถเข้าสู่ระบบบริการจริง
.
การเยี่ยมชมครั้งนี้ มีผู้บริหารจากบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมให้การต้อนรับและนำชมสายการผลิตอย่างใกล้ชิด โดยมีนายนพดล นิ่มพัชราวุธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด และนายกิตติกรณ์ พินิจวงศ์วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมให้ข้อมูลกระบวนการผลิตและประกอบตัวรถ
.
นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่รถเมล์ไฟฟ้าไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรถรุ่นใหม่ แต่เป็นการยกระดับบริการขนส่งมวลชนครั้งสำคัญ เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้รวดเร็ว ปลอดภัย ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
.
นายกิตติกานต์ ระบุว่า รถ EV จะช่วยลดภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุงของ ขสมก. ได้ราว 4100 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาระบบและโครงสร้างพื้นฐานรองรับผู้โดยสารในระยะยาว
.
สำหรับตัวรถ ได้ออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและการเข้าถึงของผู้โดยสารทุกกลุ่มตามหลัก Universal Design โดยติดตั้งแบตเตอรี่ไว้บนหลังคา เพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างและลดความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วมขัง รวมถึงมีประตูทางหนีไฟถึง 3 จุด
.
ขณะเดียวกัน ขสมก.กำลังเร่งพัฒนาอู่จอดรถและสถานีชาร์จไฟฟ้ารวม 12 แห่ง โดยรถแต่ละคันใช้เวลาชาร์จประมาณ 3 ชั่วโมง เตรียมนำรถต้นแบบ 2 คันออกทดลองวิ่งจริง โดยพนักงานขับรถของ ขสมก. เพื่อทดสอบสมรรถนะและความปลอดภัยก่อนเปิดบริการเต็มรูปแบบ
.
นอกจากโครงการรถเมล์ EV 1520 คันแล้ว ขสมก.ยังเตรียมพิจารณาจัดหารถเมล์ไฟฟ้าในเฟส 2 เพิ่มอีก 800 คัน เพื่อบรรจุในงบประมาณปี 2570 สะท้อนแผนผลักดันการขนส่งสาธารณะไทยสู่ยุคพลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน
.
“รถเมล์ไฟฟ้าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ให้ระบบขนส่งมวลชนไทยทันสมัย ปลอดภัย และตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น” ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าว

.