เมื่อ : 07 ก.ย. 2569

สถานการณ์กล้วยหอมทองเริ่มตึงตัว หลังผลผลิตในตลาดลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะแผงขายหน้าบ้านและหน้าร้านหลายแห่งเริ่มไม่มีสินค้าให้เลือกซื้อ ส่งผลให้ราคากล้วยหอมทองหน้าสวนปรับขึ้นแตะกิโลกรัมละ 27 บาท
.
เกษตรกรผสมผสานใน อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ผลผลิตกล้วยหอมทองในช่วงนี้ออกสู่ตลาดน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นกล้วยจากสวนที่ปลูกไว้บริโภคในครัวเรือน ไม่ใช่การปลูกเชิงพาณิชย์ แม้สวนเหล่านี้จะมีการบริหารจัดการน้ำ แต่ปริมาณผลผลิตก็ไม่มากพอรองรับความต้องการของตลาด
.
ด้าน น.ส.นัตน์ตกา แป้นแก้ว ที่ปรึกษากลุ่ม YSF พัทลุง ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด ระบุว่า ราคากล้วยหอมทองในปี 2569 อยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง โดยขยับอยู่ที่กิโลกรัมละ 22-30 บาท หรือสูงกว่านั้นในบางช่วง และคาดว่าปี 2570 ราคายังมีแนวโน้มดี แม้จะมีเกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นก็ตาม
.
กลุ่ม YSF พัทลุงดำเนินการครบวงจร ตั้งแต่การปลูก รวบรวม คัดเกรด ไปจนถึงการจำหน่าย สามารถส่งกล้วยหอมทองได้ราว 4 ตัน หรือประมาณ 17000 ลูกต่อวัน ให้ร้านสะดวกซื้อในภาคใต้ตอนล่างกว่า 650 สาขา
.
อย่างไรก็ตาม ความต้องการตลาดยังสูงกว่าปริมาณสินค้าอย่างมาก โดยร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศกว่า 5000 สาขา ต้องการกล้วยหอมทองรวมกันราว 500000 ลูกต่อวัน
.
สำหรับการคัดเกรด กล้วยกลุ่ม A และ B จะส่งเข้าร้านสะดวกซื้อ ขณะที่กล้วยกลุ่ม C จำหน่ายในรูปแบบแพ็กคู่ ส่วนกล้วยตกไซซ์จะถูกส่งต่อให้ผู้ประกอบการแปรรูปเป็นกล้วยฉาบและเค้กกล้วยหอมทอง ทำให้ผลผลิตแทบทุกส่วนสามารถสร้างมูลค่าได้
.
นายเดียน แป้นแก้ว จากกลุ่ม YSF พัทลุง กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มมีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองประมาณ 100 ไร่ และเตรียมปลูกรุ่นใหม่อีก 75 ไร่ แต่ยังต้องการเพิ่มพื้นที่อีกราว 100 ไร่ เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง ซึ่งยังมีความต้องการสูง แต่สินค้ายังไม่เพียงพอส่งออก
.
กลุ่มใช้มาตรฐาน GAP เน้นปลอดสารพิษ ปลูกในระยะ 2 คูณ 2 เมตร เฉลี่ย 400 ต้นต่อไร่ ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนจึงเริ่มให้ผลผลิต โดยหนึ่งเครือมีผลผลิตราว 5-7 หวี และมีผลตกไซซ์เพียง 2-3% ต่อรุ่น
.
แหล่งข่าวจากกลุ่มผู้ปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษ จ.สงขลา มองว่า ราคากล้วยหอมทองยังมีโอกาสทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องจากภาวะเอลนีโญ ความต้องการซื้อของโมเดิร์นเทรด และปริมาณกล้วยในตลาดทั่วไปที่ลดลง ส่งผลให้ราคารับซื้อหน้าสวนอยู่ราวกิโลกรัมละ 22 บาท ขณะที่ราคาขายปลีกอาจขยับไปถึงกิโลกรัมละ 30-60 บาท
.
กล้วยหอมทองจึงยังถูกมองเป็นพืชเศรษฐกิจอนาคตไกล โดยเฉพาะสำหรับเกษตรกรที่บริหารจัดการน้ำ วางแผนการผลิต และควบคุมคุณภาพอย่างมืออาชีพ เพื่อให้มีผลผลิตป้อนตลาดได้ตลอดทั้งปี